Skip to content

Cool Pack and Hot Pack

ประคบร้อน ประคบเย็น

  • ปฐมพยาบาลเบื้องต้น คู่มือช่วยชีวิตที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้ใน 2026
  • วิธี ประคบร้อน ประคบเย็นที่ถูกต้อง หายไวไม่ต้องรอนาน
  • แผลหายไวด้วย สมุนไพร ใกล้ตัว
  • ปฐมพยาบาลเบื้องต้น คู่มือช่วยชีวิตที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้ใน 2026
  • วิธี ประคบร้อน ประคบเย็นที่ถูกต้อง หายไวไม่ต้องรอนาน
  • แผลหายไวด้วย สมุนไพร ใกล้ตัว

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น คู่มือช่วยชีวิตที่ทุกคนควรมีติดตัวไว้ใน 2026

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น คืออะไร

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) คือ การให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยกะทันหันในทันที ณ จุดเกิดเหตุ โดยใช้อุปกรณ์เท่าที่หาได้ในขณะนั้น ก่อนที่ทีมแพทย์หรือหน่วยกู้ชีพจะเดินทางมาถึง หรือก่อนที่จะนำส่งสถานพยาบาล หัวใจสำคัญของการปฐมพยาบาลไม่ใช่การ “รักษาโรค” ให้หายขาด แต่คือการ “ช่วยชีวิตและประคับประคองอาการ” ไม่ให้รุนแรงขึ้น

ตอนที่ 1 : หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ตอนที่ 2 : วิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน

ตอนที่ 3 : วิธีทำ Heimlitch Maneuver สำหรับทุกวัย

ตอนที่ 4 : การปฐมพยาบาลเมื่อเกิดกระดูกหักหรือข้อแพลง

ตอนที่ 5 : สรุป

หลักการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  1. การประเมินสถานการณ์

ก่อนเริ่มช่วยเหลือ ต้องมั่นใจว่าตัวเราปลอดภัย หากสภาพแวดล้อมอันตรายเกินไป (เช่น ไฟไหม้ แก๊สรั่ว รถพลุกพล่าน) ห้ามเข้าไปโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ให้รอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ

 

  1. หลักการ DRABC (ขั้นตอนพื้นฐานในการประเมินผู้ป่วย)
  • D – Danger (อันตราย): ตรวจเช็กอันตรายรอบข้างก่อนเข้าใกล้ผู้ป่วย
  • R – Response (ตอบสนอง): ตรวจดูความรู้สึกตัวโดยการตบที่ไหล่ทั้งสองข้างแล้วเรียกดังๆ “คุณๆ เป็นอย่างไรบ้าง”
  • A – Airway (ทางเดินหายใจ): หากไม่รู้สึกตัว ให้เช็กว่าทางเดินหายใจโล่งหรือไม่ (เช่น มีเศษอาหารติดคอไหม) โดยใช้วิธีเชยคางขึ้นเพื่อให้หายใจสะดวก
  • B – Breathing (การหายใจ): สังเกตการกระเพื่อมของหน้าอก หรือใช้หูแนบฟังเสียงลมหายใจ (หากไม่หายใจต้องรีบทำ CPR ทันที)
  • C – Circulation (ระบบไหลเวียนโลหิต): ตรวจหาบาดแผลที่มีเลือดออกรุนแรงและรีบห้ามเลือด 

 

  1. การขอความช่วยเหลือ (Call for Help)
  • โทรสายด่วน 1669 (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ)
  • แจ้งข้อมูล: เกิดอะไรขึ้นที่ไหน, จำนวนผู้บาดเจ็บ, อาการเบื้องต้น, และเบอร์ติดต่อกลับ

 

  1. การให้การช่วยเหลือตามลำดับความสำคัญ
  • หยุดหายใจ/หัวใจหยุดเต้น: ต้องช่วยด้วยการ CPR เป็นอันดับแรก
  • เลือดออกรุนแรง: ต้องรีบห้ามเลือดเพื่อป้องกันอาการช็อก หวยไว
  • หมดสติแต่ยังหายใจ: ให้จัดท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำเพื่อป้องกันการสำลัก
  • กระดูกหัก/แผลไฟไหม้: ดูแลลำดับถัดมาเมื่ออาการวิกฤตพ้นขีดอันตรายแล้ว

 

  1. การดูแลด้านจิตใจ

พูดคุยกับผู้บาดเจ็บด้วยความสงบ บอกเขาว่า “ความช่วยเหลือกำลังเดินทางมาแล้ว” เพื่อลดอาการตกใจและช่วยให้ผู้บาดเจ็บไม่หมดสติ



วิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน

  1. ตั้งสติ 

สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ “สติ” อย่าตื่นตระหนก พยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้สมองสั่งการได้ถูกต้อง เพราะความลนลานอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดและเป็นอันตรายต่อตัวเองได้

 

  1. ประเมินความปลอดภัย
  • มีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่?
  • มีกลิ่นแก๊สหรือสารเคมีหรือไม่?
  • อยู่ในจุดที่มีโอกาสรถชนซ้ำซ้อนหรือตึกถล่มหรือไม่?
  • จำไว้เสมอ: “เราต้องปลอดภัยก่อน ถึงจะไปช่วยคนอื่นได้”

 

  1. แจ้งเหตุฉุกเฉิน 
  • สายด่วน 1669: สำหรับอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฟรี 24 ชม.)
  • สายด่วน 191: สำหรับเหตุด่วนเหตุร้าย/เหตุก่ออาชญากรรม
  • สายด่วน 199: สำหรับเหตุไฟไหม้และสัตว์มีพิษเข้าบ้าน
  • ข้อมูลที่ต้องแจ้ง: สถานที่เกิดเหตุ (จุดสังเกต), ประเภทเหตุการณ์, จำนวนผู้บาดเจ็บ และเบอร์โทรติดต่อของคุณ

 

  1. การปฐมพยาบาลเบื้องต้น 
  • กรณีหยุดหายใจ: เริ่มทำ CPR ทันที และใช้เครื่อง AED (ถ้ามี)
  • กรณีเลือดออกรุนแรง: ใช้ผ้าสะอาดกดแผลให้แน่นเพื่อ ห้ามเลือด
  • กรณีสิ่งของติดคอ: ทำการกระทุ้งหน้าท้อง (Heimlich Maneuver)
  • กรณีหมดสติแต่ยังหายใจ: จัดให้นอน ท่าพักฟื้น (นอนตะแคงกึ่งคว่ำ) เพื่อป้องกันการสำลักหรือลิ้นตกไปอุดทางเดินหายใจ

 

  1. วิธีรับมือเหตุฉุกเฉินเฉพาะด้านที่พบบ่อย
  • เหตุไฟไหม้: หากไฟลามจนคุมไม่ได้ ให้รีบหมอบต่ำ (เพื่อหลีกเลี่ยงควัน) และหาทางออกที่ใกล้ที่สุด ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด
  • เหตุกราดยิง/คนร้ายคลุ้มคลั่ง: ใช้หลัก “หนี – ซ่อน – สู้” (Run – Hide – Fight)
  • เหตุสารเคมีรั่วไหล: ให้อยู่เหนือลม และใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก/ปาก

 

  1. อุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้าน/ติดรถ
  • ชุดปฐมพยาบาล: ผ้าพันแผล, น้ำยาล้างแผล, สำลี, ยาพาราเซตามอล
  • ถังดับเพลิง: ตรวจสอบวันหมดอายุและวิธีใช้อย่างสม่ำเสมอ
  • พาวเวอร์แบงค์และไฟฉาย: สำหรับกรณีไฟดับหรือต้องติดต่อสื่อสารนานๆ

วิธีทำ Heimlitch Maneuver สำหรับทุกวัย

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  1. สำหรับผู้ใหญ่และเด็กโต (อายุ 1 ปีขึ้นไป)
    • ยืนซ้อนข้างหลังผู้ป่วย: วางเท้าข้างหนึ่งแทรกระหว่างขาผู้ป่วยเพื่อความมั่นคง
    • โอบแขนรอบเอว: กำมือข้างหนึ่งเป็นกำปั้น โดยหันด้านนิ้วหัวแม่มือเข้าหาตัวผู้ป่วย วางไว้เหนือสะดือเล็กน้อย (แต่ต้องอยู่ใต้กระดูกหน้าอก)
  • ใช้มืออีกข้างกุมกำปั้นไว้ให้แน่น
  • ออกแรงกระทุ้ง: ดันมือเข้าไปข้างในและขึ้นข้างบน (เหมือนรูปตัว J) อย่างรวดเร็วและแรงพอสมควร
  • ทำซ้ำ: กระทุ้งต่อเนื่องจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา หรือจนกว่าผู้ป่วยจะหมดสติ

 

  1. สำหรับเด็กทารก (อายุต่ำกว่า 1 ปี)
  • ตบหลัง (5 ครั้ง): วางเด็กนอนคว่ำบนแขนของคุณ ให้หัวต่ำกว่าลำตัว (ประคองขากรรไกรเด็กไว้ ห้ามกดคอ) แล้วใช้สันมือตบแรงๆ บริเวณระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้าง 5 ครั้ง
  • กดหน้าอก (5 ครั้ง): หากไม่ออก ให้พลิกตัวเด็กกลับมานอนหงายบนแขน (หัวยังต่ำกว่าตัว) ใช้ 2 นิ้วกดลงบนกึ่งกลางหน้าอก (ใต้แนวหัวนมเล็กน้อย) 5 ครั้ง
  • ทำสลับกัน: ทำตบหลัง 5 ครั้ง สลับกดหน้าอก 5 ครั้ง จนกว่าสิ่งของจะหลุดออกมา หรือเด็กเริ่มร้อง

 

  1. สำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือคนท้วมมาก
  • เปลี่ยนตำแหน่ง: ให้เลื่อนตำแหน่งกำปั้นขึ้นมาอยู่ที่ กึ่งกลางกระดูกหน้าอก (ตำแหน่งเดียวกับที่ใช้ทำ CPR)
  • ออกแรงกด: กระทุ้งไปข้างหลังตรงๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างแรงดันในทรวงอกให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา

 

  1. วิธีช่วยตัวเอง (เมื่ออยู่คนเดียว)
  • ใช้กำปั้นตัวเอง: วางกำปั้นเหนือสะดือเล็กน้อย ใช้มืออีกข้างกุมไว้ แล้วกระทุ้งเข้าหาตัวและดันขึ้น
  • ใช้ขอบเก้าอี้หรือโต๊ะ: หากแรงไม่พอ ให้โน้มตัวลงไปแล้วเอาหน้าท้องพาดกับขอบพนักเก้าอี้หรือขอบโต๊ะที่มั่นคง แล้วทิ้งน้ำหนักกดหน้าท้องแรงๆ เพื่อให้เกิดแรงดัน

การปฐมพยาบาลเมื่อเกิดกระดูกหักหรือข้อแพลง

ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
  1. วิธีสังเกตอาการ (หัก หรือ แพลง)
  • ข้อแพลง (Sprain): มักเกิดที่ข้อต่อ มีอาการบวม แดง ช้ำ และปวดเมื่อขยับ แต่ยังพอเคลื่อนไหวได้บ้าง
  • กระดูกหัก (Fracture): ปวดรุนแรงมาก อวัยวะผิดรูป (คด งอ หรือสั้นลง) มีเสียงกรอบแกรบข้างใน หรือมีกระดูกโผล่พ้นผิวหนังออกมา (แผลเปิด) หวยไว

 

  1. การปฐมพยาบาลกรณี “ข้อแพลง” (หลักการ RICE)
  • R – Rest (พัก): หยุดใช้งานอวัยวะส่วนนั้นทันที ห้ามเดินหรือฝืนใช้ต่อ
  • I – Ice (ประคบเย็น): ประคบเย็นครั้งละ 15-20 นาที ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและปวด (ห้ามประคบร้อนเด็ดขาดในช่วงแรก)
  • C – Compression (พันผ้า): ใช้ผ้าพันเคล็ด (Elastic Bandage) พันรอบบริเวณที่บาดเจ็บให้กระชับแต่ไม่แน่นจนเกินไป เพื่อลดการบวม
  • E – Elevation (ยกสูง): ยกอวัยวะส่วนนั้นให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อให้เลือดและของเหลวไหลเวียนกลับได้ดี ลดอาการบวม

 

  1. การปฐมพยาบาลกรณี “กระดูกหัก”
  • อย่าพยายามดัดกระดูก: ห้ามพยายามดึงกระดูกให้เข้าที่หรือจัดรูปร่างเองเด็ดขาด
  • ห้ามเลือด (ถ้ามีแผล): หากมีกระดูกโผล่หรือมีแผลเปิด ให้ใช้ผ้าสะอาดกดห้ามเลือดเบื้องต้น แต่อย่ากดลงบนกระดูกโดยตรง
  • การดามอวัยวะ: * ใช้วัสดุที่หาได้ เช่น ไม้กระดาน หนังสือเล่มหนา หรือร่ม วางวัสดุดามให้ครอบคลุมข้อต่อเหนือและใต้บริเวณที่หัก พันผ้าหรือเชือกยึดวัสดุดามให้แน่นพอดี (ไม่แน่นจนเขียว)
  • นำส่งโรงพยาบาล: หากเป็นที่ขาหรือลำตัว ไม่ควรเคลื่อนย้ายเอง ให้โทรสายด่วน 1669

 

  1. ข้อควรระวัง (Do’s & Don’ts)
  • อย่า นวดคลึงหรือทายานวดร้อนๆ บริเวณที่เพิ่งบาดเจ็บ เพราะจะยิ่งทำให้บวมและอักเสบมากขึ้น
  • อย่า เคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากสงสัยว่ากระดูกสันหลัง หรือกระดูกต้นคอหัก (เช่น ตกจากที่สูงรุนแรง) ให้รอเจ้าหน้าที่เท่านั้น
  • เช็กปลายนิ้ว: หลังการพันผ้าหรือดาม ให้เช็กว่าปลายนิ้วมือ/เท้ายังเป็นสีชมพูและขยับได้ไหม ถ้าเขียวหรือชา แสดงว่าพันแน่นเกินไปให้คลายออกเล็กน้อย

สรุป

การช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บทันที ณ จุดเกิดเหตุ โดยใช้หลัก DRABC เพื่อประเมินความปลอดภัยและรักษาชีวิต วัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันไม่ให้อาการทรุดหนัก ลดความเจ็บปวด และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นก่อนส่งถึงมือแพทย์ ซึ่งการช่วยเหลือที่ถูกต้องและรวดเร็ว เช่น การทำ CPR หรือการห้ามเลือด สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมหาศาล

Recent Posts

  • ตรวจสุขภาพประจำปี: เจาะลึกรายการตรวจที่จำเป็นสำหรับแต่ละช่วงวัย

Recent Comments

No comments to show.
Proudly powered by WordPress | Theme: goldy-mex by inverstheme.