ปฐมพยาบาลเบื้องต้น คืออะไร
ปฐมพยาบาลเบื้องต้น (First Aid) คือ การให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยกะทันหันในทันที ณ จุดเกิดเหตุ โดยใช้อุปกรณ์เท่าที่หาได้ในขณะนั้น ก่อนที่ทีมแพทย์หรือหน่วยกู้ชีพจะเดินทางมาถึง หรือก่อนที่จะนำส่งสถานพยาบาล หัวใจสำคัญของการปฐมพยาบาลไม่ใช่การ “รักษาโรค” ให้หายขาด แต่คือการ “ช่วยชีวิตและประคับประคองอาการ” ไม่ให้รุนแรงขึ้น
ตอนที่ 1 : หลักการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
ตอนที่ 2 : วิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน
ตอนที่ 3 : วิธีทำ Heimlitch Maneuver สำหรับทุกวัย
ตอนที่ 4 : การปฐมพยาบาลเมื่อเกิดกระดูกหักหรือข้อแพลง
ตอนที่ 5 : สรุป
หลักการ ปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- การประเมินสถานการณ์
ก่อนเริ่มช่วยเหลือ ต้องมั่นใจว่าตัวเราปลอดภัย หากสภาพแวดล้อมอันตรายเกินไป (เช่น ไฟไหม้ แก๊สรั่ว รถพลุกพล่าน) ห้ามเข้าไปโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน ให้รอเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
- หลักการ DRABC (ขั้นตอนพื้นฐานในการประเมินผู้ป่วย)
- D – Danger (อันตราย): ตรวจเช็กอันตรายรอบข้างก่อนเข้าใกล้ผู้ป่วย
- R – Response (ตอบสนอง): ตรวจดูความรู้สึกตัวโดยการตบที่ไหล่ทั้งสองข้างแล้วเรียกดังๆ “คุณๆ เป็นอย่างไรบ้าง”
- A – Airway (ทางเดินหายใจ): หากไม่รู้สึกตัว ให้เช็กว่าทางเดินหายใจโล่งหรือไม่ (เช่น มีเศษอาหารติดคอไหม) โดยใช้วิธีเชยคางขึ้นเพื่อให้หายใจสะดวก
- B – Breathing (การหายใจ): สังเกตการกระเพื่อมของหน้าอก หรือใช้หูแนบฟังเสียงลมหายใจ (หากไม่หายใจต้องรีบทำ CPR ทันที)
- C – Circulation (ระบบไหลเวียนโลหิต): ตรวจหาบาดแผลที่มีเลือดออกรุนแรงและรีบห้ามเลือด
- การขอความช่วยเหลือ (Call for Help)
- โทรสายด่วน 1669 (สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ)
- แจ้งข้อมูล: เกิดอะไรขึ้นที่ไหน, จำนวนผู้บาดเจ็บ, อาการเบื้องต้น, และเบอร์ติดต่อกลับ
- การให้การช่วยเหลือตามลำดับความสำคัญ
- หยุดหายใจ/หัวใจหยุดเต้น: ต้องช่วยด้วยการ CPR เป็นอันดับแรก
- เลือดออกรุนแรง: ต้องรีบห้ามเลือดเพื่อป้องกันอาการช็อก หวยไว
- หมดสติแต่ยังหายใจ: ให้จัดท่านอนตะแคงกึ่งคว่ำเพื่อป้องกันการสำลัก
- กระดูกหัก/แผลไฟไหม้: ดูแลลำดับถัดมาเมื่ออาการวิกฤตพ้นขีดอันตรายแล้ว
- การดูแลด้านจิตใจ
พูดคุยกับผู้บาดเจ็บด้วยความสงบ บอกเขาว่า “ความช่วยเหลือกำลังเดินทางมาแล้ว” เพื่อลดอาการตกใจและช่วยให้ผู้บาดเจ็บไม่หมดสติ
วิธีรับมือเหตุฉุกเฉิน
- ตั้งสติ
สิ่งแรกที่สำคัญที่สุดคือ “สติ” อย่าตื่นตระหนก พยายามหายใจเข้าลึกๆ เพื่อให้สมองสั่งการได้ถูกต้อง เพราะความลนลานอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดและเป็นอันตรายต่อตัวเองได้
- ประเมินความปลอดภัย
- มีกระแสไฟฟ้ารั่วหรือไม่?
- มีกลิ่นแก๊สหรือสารเคมีหรือไม่?
- อยู่ในจุดที่มีโอกาสรถชนซ้ำซ้อนหรือตึกถล่มหรือไม่?
- จำไว้เสมอ: “เราต้องปลอดภัยก่อน ถึงจะไปช่วยคนอื่นได้”
- แจ้งเหตุฉุกเฉิน
- สายด่วน 1669: สำหรับอุบัติเหตุและเจ็บป่วยฉุกเฉิน (ฟรี 24 ชม.)
- สายด่วน 191: สำหรับเหตุด่วนเหตุร้าย/เหตุก่ออาชญากรรม
- สายด่วน 199: สำหรับเหตุไฟไหม้และสัตว์มีพิษเข้าบ้าน
- ข้อมูลที่ต้องแจ้ง: สถานที่เกิดเหตุ (จุดสังเกต), ประเภทเหตุการณ์, จำนวนผู้บาดเจ็บ และเบอร์โทรติดต่อของคุณ
- การปฐมพยาบาลเบื้องต้น
- กรณีหยุดหายใจ: เริ่มทำ CPR ทันที และใช้เครื่อง AED (ถ้ามี)
- กรณีเลือดออกรุนแรง: ใช้ผ้าสะอาดกดแผลให้แน่นเพื่อ ห้ามเลือด
- กรณีสิ่งของติดคอ: ทำการกระทุ้งหน้าท้อง (Heimlich Maneuver)
- กรณีหมดสติแต่ยังหายใจ: จัดให้นอน ท่าพักฟื้น (นอนตะแคงกึ่งคว่ำ) เพื่อป้องกันการสำลักหรือลิ้นตกไปอุดทางเดินหายใจ
- วิธีรับมือเหตุฉุกเฉินเฉพาะด้านที่พบบ่อย
- เหตุไฟไหม้: หากไฟลามจนคุมไม่ได้ ให้รีบหมอบต่ำ (เพื่อหลีกเลี่ยงควัน) และหาทางออกที่ใกล้ที่สุด ห้ามใช้ลิฟต์เด็ดขาด
- เหตุกราดยิง/คนร้ายคลุ้มคลั่ง: ใช้หลัก “หนี – ซ่อน – สู้” (Run – Hide – Fight)
- เหตุสารเคมีรั่วไหล: ให้อยู่เหนือลม และใช้ผ้าชุบน้ำปิดจมูก/ปาก
- อุปกรณ์ที่ควรมีติดบ้าน/ติดรถ
- ชุดปฐมพยาบาล: ผ้าพันแผล, น้ำยาล้างแผล, สำลี, ยาพาราเซตามอล
- ถังดับเพลิง: ตรวจสอบวันหมดอายุและวิธีใช้อย่างสม่ำเสมอ
- พาวเวอร์แบงค์และไฟฉาย: สำหรับกรณีไฟดับหรือต้องติดต่อสื่อสารนานๆ
วิธีทำ Heimlitch Maneuver สำหรับทุกวัย
- สำหรับผู้ใหญ่และเด็กโต (อายุ 1 ปีขึ้นไป)
- ยืนซ้อนข้างหลังผู้ป่วย: วางเท้าข้างหนึ่งแทรกระหว่างขาผู้ป่วยเพื่อความมั่นคง
- โอบแขนรอบเอว: กำมือข้างหนึ่งเป็นกำปั้น โดยหันด้านนิ้วหัวแม่มือเข้าหาตัวผู้ป่วย วางไว้เหนือสะดือเล็กน้อย (แต่ต้องอยู่ใต้กระดูกหน้าอก)
- ใช้มืออีกข้างกุมกำปั้นไว้ให้แน่น
- ออกแรงกระทุ้ง: ดันมือเข้าไปข้างในและขึ้นข้างบน (เหมือนรูปตัว J) อย่างรวดเร็วและแรงพอสมควร
- ทำซ้ำ: กระทุ้งต่อเนื่องจนกว่าสิ่งแปลกปลอมจะหลุดออกมา หรือจนกว่าผู้ป่วยจะหมดสติ
- สำหรับเด็กทารก (อายุต่ำกว่า 1 ปี)
- ตบหลัง (5 ครั้ง): วางเด็กนอนคว่ำบนแขนของคุณ ให้หัวต่ำกว่าลำตัว (ประคองขากรรไกรเด็กไว้ ห้ามกดคอ) แล้วใช้สันมือตบแรงๆ บริเวณระหว่างสะบักทั้ง 2 ข้าง 5 ครั้ง
- กดหน้าอก (5 ครั้ง): หากไม่ออก ให้พลิกตัวเด็กกลับมานอนหงายบนแขน (หัวยังต่ำกว่าตัว) ใช้ 2 นิ้วกดลงบนกึ่งกลางหน้าอก (ใต้แนวหัวนมเล็กน้อย) 5 ครั้ง
- ทำสลับกัน: ทำตบหลัง 5 ครั้ง สลับกดหน้าอก 5 ครั้ง จนกว่าสิ่งของจะหลุดออกมา หรือเด็กเริ่มร้อง
- สำหรับหญิงตั้งครรภ์หรือคนท้วมมาก
- เปลี่ยนตำแหน่ง: ให้เลื่อนตำแหน่งกำปั้นขึ้นมาอยู่ที่ กึ่งกลางกระดูกหน้าอก (ตำแหน่งเดียวกับที่ใช้ทำ CPR)
- ออกแรงกด: กระทุ้งไปข้างหลังตรงๆ อย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างแรงดันในทรวงอกให้สิ่งแปลกปลอมหลุดออกมา
- วิธีช่วยตัวเอง (เมื่ออยู่คนเดียว)
- ใช้กำปั้นตัวเอง: วางกำปั้นเหนือสะดือเล็กน้อย ใช้มืออีกข้างกุมไว้ แล้วกระทุ้งเข้าหาตัวและดันขึ้น
- ใช้ขอบเก้าอี้หรือโต๊ะ: หากแรงไม่พอ ให้โน้มตัวลงไปแล้วเอาหน้าท้องพาดกับขอบพนักเก้าอี้หรือขอบโต๊ะที่มั่นคง แล้วทิ้งน้ำหนักกดหน้าท้องแรงๆ เพื่อให้เกิดแรงดัน
การปฐมพยาบาลเมื่อเกิดกระดูกหักหรือข้อแพลง
- วิธีสังเกตอาการ (หัก หรือ แพลง)
- ข้อแพลง (Sprain): มักเกิดที่ข้อต่อ มีอาการบวม แดง ช้ำ และปวดเมื่อขยับ แต่ยังพอเคลื่อนไหวได้บ้าง
- กระดูกหัก (Fracture): ปวดรุนแรงมาก อวัยวะผิดรูป (คด งอ หรือสั้นลง) มีเสียงกรอบแกรบข้างใน หรือมีกระดูกโผล่พ้นผิวหนังออกมา (แผลเปิด) หวยไว
- การปฐมพยาบาลกรณี “ข้อแพลง” (หลักการ RICE)
- R – Rest (พัก): หยุดใช้งานอวัยวะส่วนนั้นทันที ห้ามเดินหรือฝืนใช้ต่อ
- I – Ice (ประคบเย็น): ประคบเย็นครั้งละ 15-20 นาที ทุกๆ 2-3 ชั่วโมง ในช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก เพื่อลดอาการบวมและปวด (ห้ามประคบร้อนเด็ดขาดในช่วงแรก)
- C – Compression (พันผ้า): ใช้ผ้าพันเคล็ด (Elastic Bandage) พันรอบบริเวณที่บาดเจ็บให้กระชับแต่ไม่แน่นจนเกินไป เพื่อลดการบวม
- E – Elevation (ยกสูง): ยกอวัยวะส่วนนั้นให้สูงกว่าระดับหัวใจ เพื่อให้เลือดและของเหลวไหลเวียนกลับได้ดี ลดอาการบวม
- การปฐมพยาบาลกรณี “กระดูกหัก”
- อย่าพยายามดัดกระดูก: ห้ามพยายามดึงกระดูกให้เข้าที่หรือจัดรูปร่างเองเด็ดขาด
- ห้ามเลือด (ถ้ามีแผล): หากมีกระดูกโผล่หรือมีแผลเปิด ให้ใช้ผ้าสะอาดกดห้ามเลือดเบื้องต้น แต่อย่ากดลงบนกระดูกโดยตรง
- การดามอวัยวะ: * ใช้วัสดุที่หาได้ เช่น ไม้กระดาน หนังสือเล่มหนา หรือร่ม วางวัสดุดามให้ครอบคลุมข้อต่อเหนือและใต้บริเวณที่หัก พันผ้าหรือเชือกยึดวัสดุดามให้แน่นพอดี (ไม่แน่นจนเขียว)
- นำส่งโรงพยาบาล: หากเป็นที่ขาหรือลำตัว ไม่ควรเคลื่อนย้ายเอง ให้โทรสายด่วน 1669
- ข้อควรระวัง (Do’s & Don’ts)
- อย่า นวดคลึงหรือทายานวดร้อนๆ บริเวณที่เพิ่งบาดเจ็บ เพราะจะยิ่งทำให้บวมและอักเสบมากขึ้น
- อย่า เคลื่อนย้ายผู้ป่วยหากสงสัยว่ากระดูกสันหลัง หรือกระดูกต้นคอหัก (เช่น ตกจากที่สูงรุนแรง) ให้รอเจ้าหน้าที่เท่านั้น
- เช็กปลายนิ้ว: หลังการพันผ้าหรือดาม ให้เช็กว่าปลายนิ้วมือ/เท้ายังเป็นสีชมพูและขยับได้ไหม ถ้าเขียวหรือชา แสดงว่าพันแน่นเกินไปให้คลายออกเล็กน้อย
สรุป
การช่วยเหลือผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บทันที ณ จุดเกิดเหตุ โดยใช้หลัก DRABC เพื่อประเมินความปลอดภัยและรักษาชีวิต วัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันไม่ให้อาการทรุดหนัก ลดความเจ็บปวด และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็วขึ้นก่อนส่งถึงมือแพทย์ ซึ่งการช่วยเหลือที่ถูกต้องและรวดเร็ว เช่น การทำ CPR หรือการห้ามเลือด สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตได้อย่างมหาศาล